[London] The Ledbury

ต้องบอกก่อนว่าความพิเศษของทริปลอนดอนครั้งนี้ นอกจากทางสิงห์จะเป็นผู้เชิญมาแล้ว ส่วนร้านอาหารที่เราจัดลงตาราง เป็นร้านที่ถูก endorse ด้วยคนที่อยู่ในวงการอาหาร ไปจนถึงเพื่อนๆที่เราเรียกว่า “สายกิน” กันทั้งนั้น ทำให้มั่นใจได้ว่า ทุกแคลอรี่ที่จะถูกบรรจุเข้าสู่ร่างกายในระหว่างหนึ่งสัปดาห์ที่ลอนดอน จะเป็นแคลอรี่ระดับคุณค่าที่คุณคู่ควรทั้งสิ้น

แต่ร้าน The Ledbury ที่ถึงจะเป็นร้านที่จองยากมาก (จองได้แค่สองที่นั่ง และเริ่มกินตอนสี่ทุ่ม) แต่ endorser กลับเสียงแตกเป็นสองฝ่าย บางคนก็บอกว่าดีงาม บางคนก็บอกว่าธรรมดาและไม่คุ้มค่า แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เมื่อจองได้ก็ควรจะไปลองสักครั้งให้รู้กันไป

ร้าน The Ledbury เป็นร้านอาหารยูโรเปี้ยน innovative อยู่ในย่านนอตติ้งฮิลล์ เดินจาก tube station ไปที่ร้านประมาณ 10 นาทีเหมือนเดินเข้าในหมู่บ้านผู้ดี บ้านสวย ถนนสะอาดดูสงบเสงี่ยมมาก ส่วนดีกรีตอนนี้ คือมิชลิน 2 ดาว (และหลายแหล่งบอกว่า ร้านนี้อาจจะได้ดาวดวงที่สามในไม่กี่ปีนี้) ส่วนการจัดอันดับของ World’s Best Restaurants ปี 2015 อยู่ที่อันดับ 20

ราคา Tasting Menu มื้อเย็นอยู่ที่ 115 ปอนด์ (ประมาณ 6,000 บาท) สำหรับอาหาร 8 คอร์ส เริ่มเลยแล้วกัน เพราะกว่าจะเริ่มกินก็เกือบสี่ทุ่มแล้ว คาดว่ามื้อนี้น่าจะจบคอร์สประมาณเที่ยงคืนพอดี

Ledbury_01

Amuse Bouche เริ่มต้นด้วย Crispy Seaweed, Fois Gras Mousse และ Duck Duck dumpling ซึ่งอร่อยกรุบกริบ เปิดคอร์สได้สวยงามโดยเฉพาะมูสฟัวกราส์ที่เนียนลิ้นมาก

Ledbury_02

คอร์สแรกเป็น Chantilly of Oyster เสิร์ฟกับ Sea Bream Tartare ส่วนตัวไม่ค่อยชอบจานนี้เท่าไร เพราะทั้ง Tartare และหอยนางรมไม่ใช่ของโปรดของเรา แต่ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างโอเค คือทานแล้วไม่รูึสึกหยึยลิ้น หรือเหม็นคาวทะเล แต่ถ้าชอบของดิบก็น่าจะแฮปปี้กับจานนี้ได้ไม่ยาก

Ledbury_03

จานที่สองเป็น Green Beans ซึ่งดู simple มาก เหมือนเป็นสลัดที่ดูจะธรรมดามาก แต่เพราะความธรรมดาที่ไม่ได้ผ่านการปรุงอะไรมากมาย ทำให้มันอร่อยมาก เพราะถั่วที่สดกรอบถูกปรุงให้มีรสชาติด้วยฟัวกราส์ขูด ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนชีส คือให้เพิ่มกลิ่นและรสชาติให้โดดเด่นขึ้นมาก และเพิ่ม texture ด้วยแอลมอนด์ให้เคี้ยวสนุกขึ้น อร่อยมาก ชอบ

Ledbury_04

จานที่สาม วัตถุดิบพิสดารมาก เพราะมันคือไข่ไก่ฟ้า หรือ Pheasant’s Egg เสิร์ฟแบบสุกปานกลางเหมือนไข่ดาวแบบ sunny-side up คู่กับแฮมอบแห้งและทรัฟเฟิลดำ ส่วนตัวคิดว่าจานนี้น่าผิดหวัง ไม่มีอะไรโดดเด่นขึ้นมาเลย ความรู้สึกเหมือนกินไข่ดาวในอาหารเช้า ที่มีวัตถุดิบแฟนซีกว่าปกติ

Ledbury_05

จานถัดไป อันนี้สิที่รอคอย เพราะเราชอบ Scallop มาก เสิร์ฟพร้อมกับ toasted grain และสาหร่าย ทำออกมาได้ดีงามมาก โดยเฉพาะส่วน toasted grain ที่เพิ่มความกรุบกรอบทำให้ texture โดยรวมดีขึ้นมาก หอยเชลล์สุกกำลังดี และตัวใหญ่มาก ประทับใจสุดๆ

Ledbury_06

จานถัดไปคือ มาในขนาด portion ที่เห็นแล้วแอบตกใจว่า ให้มาแค่นี้จริงๆเหรอครับ มันคือเนื้อส่วนหัวไหล่ของกระต่าย (ถ้าจำไม่ผิด เนื้อส่วนหัวไหล่ของวัวจะเป็นเนื้อที่นุ่มมาก ไม่รู้ว่าเนื้อกระต่ายเป็นหลักเดียวกันไหม) ห่อด้วยเห็ดหอม และเม็ดสน (pinenut) ส่วนตัวเราชอบกินกระต่ายอยู่แล้ว (ท่ามกลางสายตาประนามหยาบเหยียดจากคนรอบข้างว่าเป็นคนโหดร้าย) แต่จานนี้เราไม่ชอบตรงที่กลิ่นเห็ดหอมมันกลบทุกอย่างในจานไปจนหมด คือเคี้ยวเนื้อกระต่าย แต่ก็ได้กลิ่นเห็ดหอมอวลเต็มปากไปหมด ทำให้จานนี้ไม่ได้ดีอย่างที่คิดเท่าไร

Ledbury_07

อาหารคาวคอร์สสุดท้ายคือเนื้อแกะ เสิร์ฟกับสารพัดผักและครีมจากนมแกะ ส่วนเนื้อแกะปรุงได้สุกกำลังดี แต่บอกตรงๆว่ามันไม่ได้ดีล้ำเลิศขนาดนั้น ตอนที่กินก็นึกอยู่นานว่า เหมือนเพิ่งได้กิน lamb chop ที่อร่อยมากๆ และอร่อยกว่าจานที่อยู่ตรงหน้าด้วย ตอนนั้นนึกไม่ออกว่ามันคือที่ไหน ตอนนี้นึกออกแล้ว มันคือร้าน Alice ที่มิลาน แถมเป็นคอร์สมื้อเที่ยงด้วย ถูกและดี คุ้มสุดๆ จานนี้จึงเป็นการปิดคอร์สของหวานแบบไม่หวือหวา และไม่อลังการอย่างที่คิดไว้

Ledbury_08

ปิดท้ายคอร์สด้วยของหวาน คือ Tartlet of English Flowers & Vanilla cream ความอร่อยของขนมชิ้นนี้อยู่ในระดับเดียวกับที่เราสามารถหากินได้จากร้าน patisseries ชื่อดังในปารีส มันเป็นทาร์ต (ซึ่งเปลือกหนาไปนิด) มีครีมวานิลลาที่ฐาน ประดับด้วยสตรอเบอรี่ และซอร์เบท์อีกสองลูกเล็กๆ กินแล้วสดชื่น แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าทาร์ตสตรอเบอรี่ หรือ Tarte aux Fraises ที่หากินได้ทั่วไปเท่าไรนัก

เป็นไปตามคาด เราจบมื้อนี้ตอนเกือบเที่ยงคืน อาหารโดยรวมสำหรับเรา เราพบว่าร้านนี้เป็นร้านระดับ Michelin สองดาวที่ค่อนข้างธรรมดา เมื่อเทียบกับร้านระดับเท่ากันๆ (เช่น Akrame หรือ Le Grand Véfour ที่ปารีส)  หรือไม่ต้องไปเทียบไกลมากก็ได้ เทียบแค่ Hélène Darroze at the Connaught  มื้อเที่ยงในโพสที่แล้ว เราว่ามื้อนี้ The Ledbury ไม่ได้ประทับใจมากขนาดนั้น

สรุปว่า ร้านนี้อาจจะไม่ได้ติด A-list ที่ต้องกลับมากินถ้าได้มาลอนดอนอีกครั้ง แต่ถ้าจะให้กลับมา คิดว่าจะลองกลับมากินมื้อเที่ยงในราคาย่อมเยากว่าดู value to price อาจจะดีกว่ามื้อเย็นก็ได้

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *