[London] Singha in London

เมื่อเดือนที่แล้ว ทาง Singha Corp. เชิญผมไปที่ลอนดอน เพื่อไปทำความรู้จักกับธุรกิจใหม่ของเครือสิงห์ครับ จริงๆผมเองก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับการขยายธุรกิจของสิงห์มาสักพักแล้ว คนไทยส่วนมากคงจะรู้จักสิงห์กับสินค้าประเภทเครื่องดื่มเป็นหลัก โดยเฉพาะเบียร์สิงห์ (ส่วนคนไม่กินเบียร์อย่างผม ก็กินน้ำสิงห์แทน) แต่จริงๆช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิงห์ขยายธุรกิจไปในกลุ่ม non-alcohol เยอะ โดยเฉพาะในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอาหาร

ถึงจะรู้มาบ้างว่าสิงห์เริ่มมาจับธุรกิจอาหาร แต่ตอนที่ได้รับเชิญไปลอนดอนในตอนแรก ผมยังไม่รู้ว่า สิงห์มีร้านอาหารที่ลอนดอนด้วยครับ โดยร้านอาหารที่ว่า เป็นการซื้อธุรกิจขึ้นมาจากกลุ่ม Oriental Restaurant Group ในอังกฤษที่มีร้านอาหารในเครือมากมายอยู่แล้ว โดยร้านอาหารที่สิงห์เป็นเจ้าของตอนนี้ มีทั้งหมดสี่ร้าน คือร้าน Imperial City, ร้าน Sri Thai City, ร้าน Sri Nam และร้าน Gatwick Oriental

ตอนที่รับปากไปแล้วแต่ยังไม่ได้เดินทางไปถึงลอนดอน ผมแอบคิดอยู่เหมือนกันว่า สิงห์จะขายอาหารไทย ให้กับคนไทยในลอนดอน หรือคนไทยที่ไปเที่ยวลอนดอนอย่างนั้นเหรอ? เพราะจริงๆลอนดอนเองก็มีอาหารไทยแซ่บๆอยู่เพียบ คนที่ไปเที่ยวลอนดอนอยากจะกินอาหารไทยเหรอ …

แต่พอได้ไปที่ร้านทั้งสี่ร้านแล้ว ผมก็เข้าใจในกลยุทธ์ของสิงห์มากขึ้นเยอะ ว่าจริงๆแล้ว การขยายธุรกิจมาเปิดร้านอาหารที่ลอนดอนครั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายของสิงห์ไม่ใช่คนไทยครับ  แล้วก็ไม่ใช่นักท่องเที่ยวด้วย เพราะเขาก้าวกระโดดไปอีกขั้น ไปจับกลุ่มลูกค้ากลุ่มนักธุรกิจคนอังกฤษต่างหากซึ่งจะเห็นได้จากทำเลที่ตั้งของร้านทั้งสี่ เพราะร้านทั้งสี่ร้านที่ผมไปทาน ไม่มีร้านไหนที่อยู่ในโซนนักท่องเที่ยวเลย

อย่างเช่นร้าน Sri Nam อยู่ในโซน Canary Wharf ซึ่งตอนนี้กลายเป็น financial district เป็นศูนย์รวมยานแม่ของธนาคารระดับโลก ตอนที่ไปมื้อเที่ยง เหล่า Banker ทั้งหลายนั่งกินกันเต็มร้าน ซึ่งทางร้านเองมีเมนู set lunch แบบกินด่วนจานเดียวจบ น่าจะตอบโจทย์คนในย่านนี้ได้ดี

DSCF0241

ส่วนร้าน Imperial City และ Sri Thai City นั้นก็อยู่ในโซน financial district แถวๆสถานี liverpool street ซึ่งก็เป็นดงมนุษย์ออฟฟิศเหมือนกัน จึงไม่แปลกใจว่าพอเข้าไปในร้านแล้ว ลูกค้าเกือบทั้งหมดก็คือนักธุรกิจทั้งนั้น

DSCF0422

ร้านสุดท้ายคือ Oriental Gatwick ร้านนี้อยู่ในโรงแรม Sofitel Gatwick Airport ลูกค้าเกือบทั้งหมดก็เป็นลูกค้าของโรงแรมทั้งนั้น ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าเป็นกลุ่มนักธุรกิจ หรือคนเดินทางที่มาพักที่โรงแรมเพื่อเตรียมบิน หรือเพิ่งจะออกมาจากสนามบินกันแทบทั้งนั้น

DSCF0232

เนื่องจากร้านอาหารทั้งสี่ร้านเป็นร้านอาหารในเครือเดียวกัน รสชาติและคุณภาพอาหารก็ถือว่าค่อนข้างสม่ำเสมอดี แม้แต่เมนูอาหารก็จะเห็นหลายรายการที่มีให้กินทั้งสี่ร้าน เรื่องรสชาตินี่ต้องยอมรับว่า มันไม่ได้เป็นรสชาติแบบไทยแท้ซะทีเดียว เพราะเมื่อจับลูกค้าต่างชาติ รสชาติเองก็ต้องถูกปรับจูนให้ถูกปากคนต่างชาติด้วย แต่เรื่องวัตถุดิบอันนี้ต้องยอมรับว่าโอเคมาก อย่างกุ้งก็เป็นกุ้งสดตัวใหญ่ๆ ข้าวสวยก็เป็นข้าวหอมมะลิส่งออกมาจากเมืองไทย

และจริงๆร้านอาหารทั้งสี่ร้าน ก็ไม่ได้เป็นร้านอาหารที่ไทยแท้ ไทยจ๋า 100% แต่ว่าเป็นไทยผสมอาหารตะวันตก ดังนั้นในเมนูจะมีให้เลือกทั้งอาหารไทย อาหารจีน กวางตุ้ง สิงคโปร์ เวียดนาม แบบที่ฝรั่งเขาเรียกรวมกันเป็นคำเดียวว่า oriental cuisine นั่นแหละครับ ซึ่งถ้าพูดถึงกระแสอาหารไทยในลอนดอน ต้องยอมรับว่าเมื่อเทียบกับช่วงที่ผมเคยมาเรียนช่วงสั้นๆตอนปี 2010 ตอนนั้นเป็นช่วงท้ายๆของยุคเรอเนสซองส์ของอาหารไทยในอังกฤษเลย เพราะเพิ่งถูกกระแสอาหารญี่ปุ่นเข้ามาตีตลาด เวลาผ่านมาห้าปี ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าอาหารไทยจะหายไป หรือหมดความนิยมไปจากเดิมเท่าไร ถามเพื่อนหลายๆคนที่ทำงานอยู่ที่ลอนดอน ก็ยังบอกตรงกันว่า เดี๋ยวนี้อาหารไทยก็ยังขายดี เพียงแต่ว่ามันไม่ได้เป็นกระแสฮือฮาเหมือนสมัยก่อนแล้วแค่นั้นเอง

ผมว่าความเฉียบคมอีกอย่าง ของการที่สิงห์ขยายธุรกิจมาทางร้านอาหาร คือเรื่องของช่องทางการขายเบียร์สิงห์ที่เพิ่มขึ้นไปด้วย จากเดิมผมก็เห็นเบียร์สิงห์โปรโมตในลอนดอนค่อนข้างมากอยู่แล้ว ชนิดที่เห็นโฆษณาตามรถบัส หรือนิตยสาร พอมีร้านอาหารก็เป็นช่องทางที่จะทำให้คนที่ลอนดอนรู้จักเบียร์สิงห์มากขึ้นไปอีก (ซึ่งจริง เพราะทุกร้านที่ผมไป ก็จะมีลูกค้าสั่งเบียร์สิงห์อยู่หลายโต๊ะ)

สรุปแล้ว ในแง่ของอาหาร สำหรับคนไทยทั้งสี่ร้านนี้อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดในลอนดอน ทั้งในแง่รสชาติ และทำเลที่ตั้ง แต่ว่าในแง่ของกลยุทธ์ธุรกิจของสิงห์แล้ว ผมคิดว่าเป็นการ diversify ที่น่าสนใจและได้ประโยชน์หลายเด้งเลยแหละ

นอกจากทริปนี้จะได้รับเชิญจากทางสิงห์แล้ว ผมก็เลยจัดทริปกินแหลกของตัวเองในลอนดอนเข้าไปพร้อมกันเลย เพราะตอนที่มาลอนดอนครั้งก่อนก็ไม่ได้มีเวลาไปตระเวณกินร้านเด็ด ทริปนี้ผมเลยจัดชุดใหญ่ รวมทั้งหมดในหนึ่งสัปดาห์เก็บไป 10 ดาวมิชลิน ตามรายชื่อด้านล่าง ซึ่งเดี๋ยวจะทยอยเอามารีวิวในตอนต่อๆไปครับ

– Dinner by Heston Blumenthal @ Mandarin Oriental (2*)
– The Ledbury (2*)
– Helene Darroze at The Connaught (2*)
– Pied a Terre (1*)
– HKK (1*)
– Harwood Arms (1*)
– Yauatcha (1*)

DSCF0368

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *