[London] Hélène Darroze at the Connaught

จ่าหน้าไว้ก่อนเลยก็ได้ว่า มื้อเที่ยงที่ Hélène Darroze at the Connaught คือมื้อที่ดีที่สุด ประทับใจที่สุดของทริปลอนดอนครั้งนี้ (กราบขอบคุณพี่ว่านน้ำที่เลือกร้านนี้ พร้อมจองให้เสร็จสรรพ)

ในวงการอาหาร ต้องยอมรับว่าเชฟผู้หญิงที่มีชื่อเสียงนับว่ามีน้อยจนนับคนได้จริงๆ (เคยอ่านเจอว่าในร้านอาหารระดับ fine dining ทั่วโลก มีเชฟผู้หญิงรวมกันไม่ถึง 5%) ซึ่งหนึ่งในไม่กี่คนนั้นคือ Hélène Darroze เชฟฝรั่งเศสที่นอกจากจะเป็นเชฟแล้ว นางยังมียศเป็น World’s Best Female Chef (จากการจัดอันดับปี 2015 ของแชมเปญ Veuve Cliquot) และพ่วงยศ Chevalier หรือ Knight แห่งฝรั่งเศสไว้อีกหนึ่งตำแหน่งด้วย ซึ่งเชฟ Hélène Darroze ตอนนี้มีร้านอาหารทั้งในปารีส และในโรงแรม The Connaught ในย่าน Mayfair ของลอนดอนด้วย

จริงๆย่าน Mayfair ก็เป็นย่านที่น่าเดินมากในลอนดอนอยู่แล้ว เราชอบความหรูหราและไม่เว่อวังของมัน ดูเป็น neighborhood ที่ดูรวยแต่ไม่อวดรวยดี โรงแรม The Connaught ก็เป็นหนึ่งในโรงแรมเก่าแก่ของลอนดอนเปิดมาตั้งแต่ปี 1897 ซึ่งร้านอาหารของ Hélène Darroze อยู่ที่ชั้นล่าง เดินเข้ามาจากประตู เลี้ยวขวาปั๊บก็เจอเลย

เซตติ้งของร้านนี้จะออกแนวหรูหราแอละเกิ้น โดยตรงกลางของร้านจะเป็นโต๊ะวางวัตถุดิบประจำวัน ซึ่งความโดดเด่นของร้านนี้คือ เขาจะให้เราเลือกเมนูของ “วัตถุดิบ” ว่าวันนี้เราอยากจะกินอาหารที่ทำจากวัตถุดิบอะไร (ซึ่งในเมนูนั้นจะมีบอกวัตถุดิบเสริมอยู่ด้วย) โดยวิธีการเลือกก็น่ารักมากคือ จะเป็นถาดไม้วงกลม ที่มีลูกหินอ่อนวางอยู่ บนลูกหินอ่อนจะมีชื่อวัตถุดิบเขียนอยู่ อะไรที่เราเลือกให้วางไว้ตรงกลาง อะไรที่ไม่เลือก ให้วางไว้ในรอบๆ เมื่อเลือกเสร็จแล้ว พนักงานก็จะมาจดรายการอาหารตามที่เราเลือกไว้ ตอนแรกที่เราเห็นเขาเอาถาดมาให้ นึกว่าเป็นขนมหวานพวก bonbon ยังแอบนึกในใจว่า ยังไม่ทันเริ่มมื้อ จะให้กินของหวานกันแล้วรึ

Helene_001

เราเลือกเมนู 3 คอร์สโดยวัตถุดิบที่เลือกคือ entree เป็นหอยเชลล์ เมนดิชเป็นนกพิราบ และของหวานเป็นสตรอว์เบอรี่ป่า Mara Des Bois (ของโปรดเลย ชอบมาก) ซึ่งบอกเลยว่าสมบูรณ์แบบทั้งสามจาน จานหอยเชลล์ ใช้ King scallop จากสก๊อตแลนด์ตัวใหญ่มาก และปรุงออกมาสุกกำลังดี ได้ texture ที่โคตรดี เพิ่มความกรอบกรุบด้วยแผ่นปาปิกร้าเล็กน้อย ส่วนนกพิราบ เสิร์ฟพร้อมกับถั่วโซระมะเมะของญี่ปุ่น ซอสรสชาติเข้มข้น ไม่มีกลิ่นคาว และเนื้อนุ่มมาก ส่วนของหวานที่ใช้สตรอเบอรี่ป่า ทำออกมาได้ซับซ้อนดี คือมีทั้งมูส เยลลี่ (pate de fruit) ซอร์เบท และกลีบกุหลาบเคลือบน้ำตาล พอมีกลิ่นกุหลาบเข้ามาอยู่ในเมนู ก็อดคิดไม่ได้ว่านี่คืออีก variation นึงของรสชาติ Ispahan ของ Pierre Herme ซึ่งเวอร์ชั่นนี้ใช้สตรอเบอรี่ป่าแทนราสเบอรี่ กินแล้วชื่นใจสมกับเป็นเมนูของฤดูใบไม้ผลิ

Helene_002

 

Helene_003

 

Helene_004

ส่วน petits fours เป็นชูครีม และมาการง ซึ่งขออภัยจริงๆที่ไม่ได้จดไว้ จำไม่ได้ว่ารสอะไร แต่จำได้ว่าดีงามตามท้องเรื่องมาก โดยจานที่ใช้เป็นจานพอร์ซเลนรุ่น Balcon du Guadalquivir สีแดงของ Hermes เห็นแล้วอยากจิ๊กกลับบ้านจริงๆ

Helene_005

ปิดท้ายมื้อนี้ ทางร้านแถมขนมกาเนเล่ให้อีกคนละชิ้น ใส่ในแพคเกจน่ารักเอากลับบ้านสะดวก เบ็ดเสร็จแล้วถือว่าเป็นมื้อที่ดีมาก ประทับใจทั้งสามจาน และสมราคามื้อเที่ยงครับ ถ้าเลือกวัตถุดิบ 3 อย่าง ราคาประมาณ 40 ปอนด์ ถ้าเทียบกับศักดิ์ศรีของร้านมิชลินสองดาว และคุณภาพของอาหารแล้ว เราว่านี่คือทางเลือก fine dining ที่เราแนะนำมากในลอนดอน ถ้าคราวหน้าได้กลับมา คงจะกล้าเลือกเมนูชุดใหญ่ ที่สามารถเลือกวัตถุดิบได้ถึง 7-9 คอร์สได้โดยไม่ต้องลังเลแล้ว

 

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *