[Italy] GROM

เมื่อตอนปี 2010 เราไปเที่ยวอิตาลีเป็นครั้งแรก และได้รู้จักร้านเจลาโต้ร้านหนึ่ง ซึ่งโดดเด่นกว่าร้านอื่นๆที่มีเต็มบ้านเต็มเมืองในอิตาลี ซึ่งจริงๆตอนนั้นก็นับว่าน่าเสียดายที่กว่าจะได้รู้จักร้านนี้ ก็ค่อนไปช่วงท้ายทริปตอนที่ถึงเวนิซแล้ว ร้านเจลาโต้ที่ว่าคือร้าน Grom ซึ่งคนต่อคิวซื้อกันเยอะมาก และเราสังเกตว่าร้านนี้เป็นร้านเดียวที่ป้ายชื่อรสชาติ มีเขียนภาษาญี่ปุ่นกำกับอยู่ด้วย ด้วยความที่เป็นคน honor รสนิยมและความพิถีพิถันของคนญี่ปุ่นเป็นการส่วนตัว เราเลยยอมต่อคิวซื้อเจลาโต้ในวันนั้น

อย่าว่าแต่มันเป็นเจลาโต้ที่อร่อยที่สุดในบรรดาเกือบสิบร้านที่เรากินสุ่มเช้าเย็นทุกวันที่อยู่อิตาลีเลย สำหรับเรามันเป็นเจลาโต้ที่อร่อยที่สุดในชีวิตตั้งแต่เคยกินมาเลยด้วยซ้ำ

พอกลับจากทริปนั้น ก็เลยเริ่มเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับ Grom มากขึ้น จนพบว่าเป็นแบรนด์เจลาโต้จองอิตาลี ที่เริ่มธุรกิจเมื่อปี 2003 ที่เมือง Turin (ยังไม่เคยไป แต่เขาว่าเมืองนี้เรื่องของกินคือเริ่ด Eataly สาขาแรกก็เริ่มจากที่นี่)โดยจุดเด่นของ Grom คือการใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุด ทั้งจากฟาร์มออแกนิคของตัวเอง และจากวัตถุดิบในท้องถิ่น ทั้งผลไม้ นม ไข่ ซึ่งเราบอกเลยว่าที่เขียนมา มันไม่ใช่แค่ marketing statement ที่แบรนด์ไหนก็ใช้ แต่รสชาติของ Grom มันต่างจากแบรนด์อื่นอย่างรู้สึกได้ชัด

Grom เป็นแบรนด์ที่คนอิตาลีรักมาก เพราะเป็นแบรนด์ที่ผลิตเจลาโต้ “ในอย่างที่มันเคยเป็น และควรจะเป็น” คือการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ และไม่ใส่สารปรุงแต่งสี กลิ่น รส และ emulsifier ใดๆทั้งสิ้น ซึ่งสวนทางกับร้านเจลาโต้สมัยใหม่ที่ใช้สารเคมีในการผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ

ที่อยู่ดีๆมาเขียนเรื่อง Grom ก็เพราะว่าเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Unilever ประกาศซื้อบริษัท Grom ไปเรียบร้อยแล้ว (อ่าน press release ตรงนี้) โดยจะยังให้ founder ทั้งสองคนบริหารต่อไป (เราเดาว่า Grom น่าจะเอามาสู้กับ Movenpick ของเนสเล่ในตลาดไอติมไฮเอนด์) แต่ Unilever จะเข้ามามีส่วนในการขยายธุรกิจมากขึ้น ซึ่งก็น่าสนใจว่า แบรนด์ที่เคร่งครัดต่อการคัดเลือกวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต จะสามารถขยายธุรกิจไปได้มากแค่ไหน โดยที่ไม่ compromise ต่ออุดมคติของตัวเอง

ส่วนเรื่องรสชาติที่เราเคยกินและชอบมากๆคือ

– Pistachio เป็นรสที่คนอิตาเลี่ยนที่เรารู้จักหลายคนยอมรับว่า เป็นรสที่ดีที่สุดของ Grom ซึ่งเราก็ชอบมาก

– Fior di Latte ถ้าแปลตรงตัว แปลว่า “ดอกของนม” ซึ่งถามคนอิตาลีมา เขาหมายถึงนมที่คุณภาพที่ดีที่สุดเท่าที่หาได้ ซึ่งยอมรับเลยว่า อร่อยมากๆ เป็นรสที่เราต้องกินทุกครั้ง ยิ่งถ้าสั่งเป็น milkshake คือเอาไปปั่นกับนมอีก จะอร่อยหลุดโลกมาก

– Vanilla สำหรับเรา วานิลลาคือรสที่ใช้ทดสอบว่า ร้านไอติมนั้นทำไอติมได้ดีแค่ไหน และวานิลลาของ Grom ใช้ฝักวานิลลาของมาดากัสการ์ เรียบง่าย แต่อร่อยสุดๆ

– Marron Glace หรือเกาลัดเชื่อมของฝรั่งเศส จะมีให้กินเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว

– Yogurt ให้ความรู้สึกเหมือนกิน Frozen Yogurt คือนุ่มเนียนละมุนลิ้น ไม่หวานเกิน และไม่เปรี้ยวกิน เป็นรสที่เหมาะกับการกินคู่กับ sorbet ผลไม้ไปพร้อมๆกัน

– รสผลไม้ประจำฤดูกาล จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ เช่น แอปเปิ้ล ลูกแพร์ สตรอเบอรี่ มะนาว ส้ม ราสเบอร์รี่ แต่ที่เด็ดที่สุดของเราคือรสลูกพลับ เราเจอรสนี้ครั้งแรกที่สาขาโอซาก้าในช่วงฤดูใบไม้ร่วง และไม่เคยเจอที่อิตาลีเลย จนกระทั่งปีนี้ ได้เจอรสลูกพลับที่อิตาลีเป็นครั้งแรก อร่อยมากๆๆๆๆๆ

สำหรับเรา ก็น่าจะเป็นเรื่องดี เพราะต่อไปก็คงลุ้นได้ง่ายขึ้นมากที่จะมาเปิดในบ้านเราในอนาคต ซึ่งที่ผ่านมา ถ้ามีโอกาสไปในเมืองไหนที่มี Grom เราก็ต้องซื้อกินทุกครั้งไป ไม่ว่าจะเป็นที่อิตาลี ปารีส โอซาก้า และล่าสุดใน AEC มีสาขาที่จาการ์ตาแล้ว เชื่อว่าบ้านเราคงรออีกไม่นาน

ส่วนสนนราคา ต่อถ้วย/โคน มีหลายขนาด เริ่มในช่วงประมาณ 100-250 บาท… ก็แพง แต่บอกเลยว่ามันอร่อยจนลืมราคาไปเลย

grom2

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *